เล่าเรื่อง…เมืองฝาง ตอน “เมืองฝาง หลังสิ้นพญามังราย” เล่าเรื่อง เมืองเรา

เล่าเรื่อง…เมืองฝาง ตอน “เมืองฝาง หลังสิ้นพญามังราย” เล่าเรื่อง เมืองเรา

2 Video Views·Sep 23, 2023

ในปี พ.ศ.1839 “พญามังราย” ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรล้านนา และทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ครั้งถึงปี พ.ศ.1861 “พญามังราย” ทรงสวรรคต สิริรวมพระชนมายุได้ 80 พรรษา ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างล้านนากับจีนก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน “พญาไชยสงคราม” หรือ “ขุนคราม” พระโอรสองค์ที่สองของ “พญามังราย” ขึ้นครองรายช์ ทรงใช้เมืองเชียงรายเป็นราชธานี ปี พ.ศ.1857 จีนส่งราชฑูตมายังล้านนาอีกครั้ง แต่ไม่สามารถเข้าเฝ้า “พญาไชยสงคราม” ได้พบเพียง “เจ้าน้ำท่วม” พระราชโอรสองค์ที่สองของ “พญาไชยสงคราม” ที่เมืองเชียงตุง ฝ่ายล้านนาฉวยโอกาสโดยอาศัยอำนาจของจีนมาข่มขู่ข้าศึกของตนจนสำเร็จ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในล้านนาเองก็เกิดการแย่งชิงอำนาจ เนื่องจาก “ขุนเครือ” พระโอรสองค์ที่สามของ “พญามังราย” ขณะที่ “พญาไชยสงคราม” หรือ “ขุนคราม” ปกครองเมืองเชียงตุง เมืองเชียงราย และเมืองฝาง โดย “พญาไชยสงคราม” ให้ “พญาแสนภู” พระโอรสองค์โตปกครองเมืองเชียงใหม่ ปรากฏว่า “ขุนเครือ” ร่วมมือกับเจ้าเมืองพะเยายกทัพไปล้อมเมืองเชียงใหม่ไว้ได้สำเร็จ และจะยกทัพมาล้อมเมืองฝาง “พญาไชยสงคราม” จึงส่ง “เจ้าน้ำท่วม” ซึ่งครองเมืองเชียงตุงมาป้องกันเมืองฝาง ด้วยเหตุนี้ “เจ้าน้ำท่วม” จึงใช้อุบายยืมมือจีนโดยพาฑูตจีนร่วมเดินทางไปต้านทัพของ “ขุนเครือ” ที่เมืองฝาง เมื่อ “ขุนเครือ” ทราบข่าวว่าจีนอยู่ฝ่ายเดียวกับ “เจ้าน้ำท่วม” จึงถอยทัพ ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างที่อยู่เมืองฝาง “เจ้าน้ำท่วม” ยังยกข้ออ้างต่างๆ นาๆ เพื่อรั้งฑูตจีนให้อยู่ที่เมืองฝาง ไม่ให้เดินทางไปเข้าเฝ้า “พญาไชยสงคราม” ที่เมืองเชียงราย เหตุเพราะ “เจ้าน้ำท่วม” น่าจะเกรงทัพข้าศึกย้อนกลับมา กระทั่่งปี พ.ศ.1858 “พญาไชยสงคราม” แห่งล้านนาจึงถวายบรรณาการให้จีนเป็นช้างที่ได้รับการฝึกแล้ว 2 เชือก โดยเดินทางไปพร้อมขุนนาง 4 คน ติดตามราชฑูตไปยังราชสำนักจีน

ประกอบกับขณะนั้นอาณาจักรล้านนาเอง ก็มีปัญหาภายในเป็นปัจจัยกระตุ้น กล่าวคือ ภายหลังจากที่ “เจ้าน้ำท่วม” สามารถต้านทัพขุนเครือได้สำเร็จ และปกครองเมืองฝางได้ราว 4 ปี “พญาไชยสงคราม” ก็แต่งตั้งให้ “เจ้าน้ำท่วม” เป็นพญาขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ แต่ด้วยความที่ “เจ้าน้ำท่วม” เป็นผู้ที่มีความเข้มแข็ง ทั้งพระองค์ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงศ์หยวนของจีน จึงส่งผลให้ “พญาไชยสงคราม” เกิดความระแวง และเปลี่ยนใจ ไม่โปรดให้ “เจ้าน้ำท่วม” ครองเมืองเชียงใหม่ต่อ แต่กลับมีรับสั่งให้ “เจ้าน้ำท่วม” ย้ายไปปกครองเมืองเชียงตุง ซึ่งเป็นเมืองชายขอบแทน และมีรับสั่งให้ “เจ้าแสนภู” กลับมาครองเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง ประการนี้น่าจะทำให้ “เจ้าน้ำท่วม” ขุ่นเคืองใจไม่น้อย

ต่อมาปี พ.ศ.1868 “พญาไชยสงคราม” สิ้นพระชนม์ “เจ้าแสนภู” จึงขึ้นครองแผ่นดินล้านนาเป็น “พญาแสนภู” การนี้น่าจะส่งผลโดยตรงต่อ “เจ้าน้ำท่วม” ทำให้พระองค์ย่ิงทรงต้องพึ่งอำนาจฝ่ายจีนเพื่อช่วยหนุนบารมีของพระองค์ ดังนี้ “เจ้าน้ำท่วม” จึงยอมรับอำนาจของจีนโดนยอมส่งบรรณาการให้ เมื่อความดังกล่าวทราบถึง “พญาแสนภู” พระองค์ก็ทรงร้อนใจเช่นกัน พระองค์จึงส่งทูตไปยังจีน โดยคาดว่าน่าจะทรงแต่งให้ “เจ้าคำฟู” พระโอรสของพระองค์ เป็นราชทูต นำบรรณาการไปถวายแด่จักรพรรดิจีน

ครั้นถึงปี พ.ศ.1872 “พญาแสนภู” ทรงย้ายศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรล้านนามาที่เมืองเชียงแสน พระองค์ทรงให้ “เจ้าคำฟู” ครองเมืองเชียงใหม่แทน นักวิชาการคาดว่าการที่พระองค์ทรงย้ายราชธานีคร้ังนี้ น่าจะเพื่อเป็นการคานอำนาจกับ “เจ้าน้ำท่วม” ซึ่งทรงครองเมืองเชียงตุง ทั้งนี้ ปรากฏตามพงศาวดารฝ่ายเมืองเชียงตุงว่า ต่อมาชาวเมืองเชียงตุงต่างยกย่องให้ “เจ้าน้ำท่วม” ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่ง “เขมรัฐนคร” หรือ เมืองเชียงตุง ซึ่งก็เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้เชียงรุ่งกับเชียงใหม่ ในเวลาต่อมา

ข้ามมาในสมัย “พญาสามฝั่งแกน” พระองค์ทรงเป็นรัชการที่ 8 ในราชวงศ์มังราย ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ.1931 ขณะพระชนมายุได้ 13 พรรษา ในช่วงเวลานั้นตรงกับยุคราชวงศ์หมิงของจีน ซึ่งเพิ่งจะกลับมาขยายอิทธิพลเหนือดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง ในส่วนของ “พญาสามฝั่งแกน” ทรงมีพระราชโอรสต่างพระมารดา 10 พระองค์ องค์สำคัญที่จะกล่าวถึงคือ “เจ้าลก” หรือในเวลาต่อมาคือพระเจ้าติโลกราช เป็นพระโอรสองค์ที่ 6 ประสูติเมื่อปี พ.ศ.1952 “พญาสามฝั่งแกน” ทรงให้ “เจ้าลก” ไปปกครองเมืองพร้าว ขณะที่ “เจ้าซ้อย” พระราชโอรสองค์ที่ 10 ทรงให้ไปครองเมืองฝาง มีเรื่องเล่าว่า “เจ้าลก” ทรงกระทำความผิด “พญาสามฝั่งแกน” ให้ลงโทษให้ไปปกครองเมืองยวมใต้ ต่อมาปี พ.ศ.1985 “เจ้าลก” ร่วมมือกับขุนนางในเมืองเชียงใหม่เข้ายึดอำนาจชิงราชบัลลังก์จากพระราชบิดา แล้วขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมายุได้ 34 พรรษา ฝ่าย “พญาสามฝั่งแกน” ต้องลี้ภัยไปยังเมืองสาด “เจ้าซ้อย” จึงทรงรับ “พญาสามฝั่งแกน” มาประทับที่เมืองฝาง “หมื่นเทิงสามไข่หาญ” ติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพของ “สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อขึ้นมาทำสงครามชิงเมืองเชียงใหม่คืนจาก “พระเจ้าติโลกราช” ในขณะเดียวกัน “พระเจ้าติโลกราช” ก็ได้รับการสนับสนุนจาก “หมื่นโลกสามล้าน” นำกองทัพลำปาง-เชียงใหม่ขึ้นไปบุกตีเมืองฝาง ปรากฏว่า “เจ้าซ้อย” สู้ไม่ได้จึงต้องหนีไปยังเมืองเทิง กองทัพลำปางก็ยกตามไปตีเมืองเทิง “เจ้าซ้อย” จึงสู้รบจนสิ้นพระชนม์ สงครามระหว่างอาณาจักรล้านนากับอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาจึงเริ่มอุบัติมาจากการที่อยุธยาให้ความช่วยเหลือ “เจ้าซ้อย” พญาเมืองฝาง กับ “หมื่นเทิงสามไข่หาญ” พญาเมืองเทิง นั่นเอง

ขอขอบคุณผลงาน รวมเพลงบรรเลง ซึงหมู่ โดย ครูขวัญชัย พิพัฒน์พงษ์ ศรีคีตกรหริทาส KS Studio Chiang Mai
• รวมบรรเลง ซึงหมู่ เพลง...